เรดปาร์ตี้ (Raid Guide): วิธีจัดทีม โครงสร้างปาร์ตี้ และบทบาทสำคัญของแต่ละคลาสใน Regulus – The Advent

Browse By

เรดปาร์ตี้ (Raid Guide) คือหนึ่งในคอนเทนต์ที่ท้าทายที่สุดของ Regulus – The Advent เพราะต้องอาศัยทั้งทักษะ ความสามัคคี กลยุทธ์ และบิลด์ตัวละครที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่การตีแรง แต่ต้อง “ทำงานเป็นทีม” และ “รับมือกลไกบอสได้อย่างถูกต้อง”
ผู้เล่นจำนวนมากที่เพิ่งเริ่มเรดมักสับสนเรื่องการจัดทีม หรือไม่เข้าใจบทบาทของแต่ละคลาส ทำให้เรดล้มง่าย หรือตายกันหมดตั้งแต่นาทีแรก
คู่มือนี้จะสรุป โครงสร้างเรดที่ดีที่สุด, วิธีจัดทีมให้ผ่านง่าย และเน้นว่าแต่ละคลาสมีหน้าที่อะไรบ้างในการลุยเรดอย่างมืออาชีพ
หลายคนยังอ้างอิงข้อมูลบิลด์และการจัดทีมจากเว็บชุมชน เช่นเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้ปาร์ตี้ทำดาเมจสูงสุดพร้อมความอยู่รอดสูงที่สุด

เรดปาร์ตี้ (Raid Guide)

⭐ ทำความเข้าใจระบบเรด: ทำไมต้องจัดทีมให้ถูกต้อง?

✔ บอสเรดมีเลือดหนามาก

ต้องใช้ DPS สูง + ความอยู่รอดสูง

✔ มีกลไกเฉพาะทาง เช่น พื้นระเบิด / ดีบัฟหนัก / ขัดสกิล

ต้องใช้ทีมซัพพอร์ตและความร่วมมือ

✔ ดาเมจปาร์ตี้รวม = คุณภาพรางวัลที่ได้รับ

ทำมาก ได้มาก

✔ ถ้าบทบาทในทีมไม่ครบ → เรดแทบผ่านไม่ได้

ดังนั้น “ทีมเวิร์ก” สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่พลังโจมตี


🧩 โครงสร้างปาร์ตี้ที่ดีที่สุดสำหรับการลง Raid

Raid ขนาดมาตรฐานประกอบด้วย 5 คน
โครงสร้างที่สมดุลที่สุดคือ:

1 แทงก์ + 2 DPS + 1 ซัพพอร์ต + 1 ไฮบริด (DPS/ซัพพอร์ต)

รายละเอียด:

🛡 1) ตำแหน่งแทงก์ (Tank) – ผู้รับแรงทั้งหมด

หน้าที่คือ

  • ยืนหน้า
  • ดึงบอสให้หันออกจากทีม
  • รับการโจมตีหนักที่สุด
  • เปิดทางให้ทีมทำดาเมจ

คลาสเเนะนำ:

  • Guardian
  • Warrior สายแทงก์
  • Paladin สายป้องกัน

⚔️ 2) ตำแหน่ง DPS หลัก (Primary DPS) – เครื่องจักรทำดาเมจ

เป็นคนสร้างความเสียหายหลักให้บอส

คลาสที่เหมาะที่สุด:

  • Berserker (Burst)
  • Ranger (ต่อเนื่อง)
  • Mage (AOE + Burst)
  • Rogue (โจมตีเดี่ยวแรงมาก)
  • Warlock (DoT ต่อเนื่อง)

3) ตำแหน่งซัพพอร์ต (Support/Healer)

คอย

  • ฟื้นฟูเลือด
  • ล้างดีบัฟ
  • เพิ่มบัฟโจมตี/ป้องกัน
  • คุมสถานะบางช่วง

คลาสที่เหมาะ

  • Druid (ฮีลแรงที่สุด)
  • Paladin (ฮีล + เกราะ)
  • Mage สายซัพพอร์ตลม
  • Engineer สายบัฟป้อม

🎭 4) ตำแหน่งไฮบริด (Hybrid DPS/Support) – เติมเต็มจุดขาด

เหมาะสำหรับเรดที่ต้องการทั้งดาเมจและ utility

คลาสที่เหมาะ

  • Paladin สายแสง
  • Warlock (ลดพลังป้องกันบอส)
  • Engineer (วางป้อมขยาย DPS)
  • Mage (ลดต้านธาตุ)

ไฮบริดคือผู้ประคับประคองทีมเมื่อขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง


🛡 บทบาท (Role) ของแต่ละคลาสใน Raid แบบละเอียด

ด้านล่างคือหน้าที่ของแต่ละคลาสในเรดจริง


🛡 Guardian – หัวใจปาร์ตี้

หน้าที่สำคัญ

✔ ดึงบอสให้หันออกจากทีม
✔ ยืนรับสกิลแรง ๆ เช่น Ground Smash
✔ ใช้สกิลป้องกันช่วยทีม
✔ กำหนดตำแหน่งยืนของทุกคนในเรด

ถ้าแทงก์ล้ม = ทีมแตกทันที


⚔️ Berserker – Burst DPS ระเบิดเดียวเจ็บหนัก

หน้าที่

✔ ทำ Burst Damage ช่วงเปิดหน้าต่างดาเมจ
✔ โจมตีหนักตอนบอสหยุดนิ่ง
✔ ใช้ Rage ให้ถูกจังหวะ

Berserker ต้องมีวินัย วัดจังหวะให้แม่น ยืนผิดไม่ถึง 2 วิ = ล้มได้ง่าย


🏹 Ranger – DPS ระยะไกลที่ปลอดภัยที่สุด

หน้าที่

✔ ยืนหลังสุด
✔ ทำดาเมจต่อเนื่อง (Sustained DPS)
✔ หลบสกิลวงกว้างแล้วรีบกลับไปยิง

เรดไหนต้องการความเสถียร → Ranger คือคำตอบ


❄️ Mage – ผู้คุมพื้นที่ในเรด

หน้าที่

✔ ทำดาเมจ AOE
✔ ลดต้านทานธาตุบอส
✔ ควบคุมมินเนียนที่โผล่มา

Mage ควรเลือกธาตุให้ตรงกับจุดอ่อนบอส
หลายคนจะเช็กธาตุบอสก่อนผ่านเว็บ เช่นสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่อเตรียมบิลด์ก่อนล่วงหน้า


🌑 Warlock – DoT + Debuff มืออาชีพ

หน้าที่

✔ ลด DEF บอส
✔ วางคำสาปต่อเนื่อง
✔ เพิ่ม DPS รวมของปาร์ตี้

Warlock คือกุญแจลับของเรดระดับสูง เพราะทำให้ดาเมจทีมแรงขึ้น 10–20%


🐺 Rogue – นักลอบสังหารใน Raid

หน้าที่

✔ เด้งเข้า–ออกจังหวะถูกต้อง
✔ ทำดาเมจก้อนใหญ่ตอนบอสเปิดจุดอ่อน
✔ หลีกเลี่ยงสกิลหนัก

Rogue แรง แต่ต้องระวังการยืนมากที่สุดในเรด


✨ Paladin – แท็งก์รอง + ฮีล + บัฟครบเครื่อง

หน้าที่

✔ ฟื้นเลือด
✔ เพิ่มพลังป้องกันทีม
✔ แท็งค์ชั่วคราวเมื่อ Guardian ล้ม

เป็นตัวเสริมความปลอดภัยระดับสูง


🌱 Druid – ฮีลหลักของปาร์ตี้

หน้าที่

✔ ฮีลพื้นที่
✔ ช่วยคุมมินเนียน
✔ เพิ่มความอยู่รอดของทีม

Druid = ตัวละครที่ “ห้ามขาด” ในเรดระดับยาก


⚙️ Engineer – DPS สนับสนุนแบบป้อมยิง

หน้าที่

✔ วางป้อมช่วย DPS รวมของปาร์ตี้
✔ ใช้ Overcharge เพิ่มดาเมจทีม
✔ วางกับดักหยุดมินเนียน

Engineer จะโดดเด่นมากในเรดที่ต้องสู้ยืดเยื้อ


🎯 เทคนิคจัดทีม Raid ให้ผ่านง่ายที่สุด

✔ 1) ทีมต้องมี “ฮีล 1 ตัว” เสมอ

เรดไหนไม่มีฮีล = จบตั้งแต่เริ่ม

✔ 2) เลือก DPS ที่ตรงธาตุแพ้บอส

ดาเมจเพิ่มขึ้น 30–60%

✔ 3) แทงก์ต้องเป็นคนกำหนดพื้นที่ไฟต์

ยืนตรงไหน ทีมจะยืนตามตรงนั้น

✔ 4) ทำ DPS อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่โลภ Burst

เราไม่ต้องตีแรงสุด แต่ต้อง “ตีตลอดเวลา”

✔ 5) ซัพพอร์ตต้องคอยดู HP ทีมทุก 3–5 วิ

เรดคือสงคราม endurance ไม่ใช่ speed run


🔥 เซ็ตทีมเรดที่ดีที่สุด (Tier S Party Setup)

ทีม META ปัจจุบัน

  • Guardian (Tank)
  • Berserker (Burst DPS)
  • Ranger (Sustained DPS)
  • Druid (Healer)
  • Warlock (Debuff + DoT)**

จุดเด่น: ดาเมจแรง + ความอยู่รอดสูง + จัดการกลไกได้ง่าย

ทีมมือใหม่

  • Guardian
  • Ranger
  • Mage
  • Paladin
  • Berserker

ง่ายที่สุด เล่นผิดก็ยังรอด

ทีม DPS ล้วน (สำหรับผู้เล่นโปร)

  • Warrior Off-tank
  • Berserker
  • Rogue
  • Warlock
  • Druid

แรงมาก แต่ต้องเล่น “ไม่พลาดเลย” ถึงจะผ่าน


🏆 สรุป: Raid จะผ่านง่าย ถ้าทีมสมดุลและเข้าใจบทบาท

การลงเรดใน Regulus – The Advent ไม่ใช่แค่ตีแรง แต่คือ

  • เข้าใจบทบาท
  • จัดทีมให้ถูกต้อง
  • รู้จังหวะเข้า–ออก
  • สนับสนุนกันตามหน้าที่

ถ้าปาร์ตี้มีครบ 4 เสาหลัก: แทงก์ – DPS – ฮีล – ซัพพอร์ต/ไฮบริด
เรดระดับไหนก็ผ่านได้ไม่ยาก
ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังอัปเดต META ทีมเรดล่าสุดผ่านเว็บชุมชน เช่นเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันเพื่อปรับทีมก่อนลงเรดประจำสัปดาห์